โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ
โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ
โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ
โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ
โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ
โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ

คลังสินค้าให้เช่าที่ใหญ่ที่สุดใน อ.พระพุทธบาท
จ.สระบุรี รับประกัน!! น้ำไม่ท่วม 100%​

นวัตกรรม คลังสินค้า ‘Sustainable Warehouse’​

Follow :

คลังสินค้า (Warehouse) หรือที่รู้จักกันดีว่า ‘โกดัง’ มีความหมายถึงสถานที่สำหรับเก็บของหรือเก็บสินค้าจำนวนมาก และครอบคลุมถึงสถานที่จุดพักและจุดกระจายสินค้า หรือวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วย อดีตโกดังอาจเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ค่อยน่าสนใจนัก จนต่อมาได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการก่อสร้างเข้ามาพัฒนาจนทันสมัยกลายเป็นคลังสินค้าอย่างที่เห็นเช่นทุกวันนี้

ธุรกิจคลังสินค้าถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งยังมีการขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากผลบวกในการลงทุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐ และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC ทำให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอีคอมเมิร์ช รวมถึงบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภค บริโภคทั้งหลายที่ต่างก็ต้องการพื้นที่เพื่อกระจายสินค้าไปยังสาขาต่าง ๆ ให้เข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากขึ้นและสะดวกขึ้นด้วย

 

จึงนำมาสู่แนวโน้มการใช้บริการธุรกิจคลังสินค้าแบบครบวงจรหรือธุรกิจคลังสินค้าพรีเมี่ยม (Premium Warehouse) ซึ่งเป็นธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าที่ออกแบบก่อสร้างมาเพื่อเอื้อต่อระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร ทั้งนี้จากผลการวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีการคาดการณ์ว่าในปีพ.ศ. 2559 นี้ ธุรกิจคลังสินค้าแบบครบวงจรน่าจะเติบโตร้อยละ 9.9-12.6 หรือประมาณ 12,200-12,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50.5 ของมูลค่าตลาดคลังสินค้าทั้งหมด ทำให้ธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าลงทุนของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือหากใครเป็นเจ้าของที่ดินที่มีที่ดินว่างเปล่าอยู่ในมือก็สามารถพัฒนาที่ดินให้เป็นคลังสินค้าให้เช่าขึ้นมาบ้างก็เป็นได้

 

ธุรกิจคลังสินค้านั้นก็มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้บริการ แต่แบ่งประเภทหลัก ๆ ได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ คลังสินค้าสาธารณะ (Public Warehouse) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคลังสินค้าแบบเช่าเปิดที่สร้างสำเร็จเอาไว้แล้ว (Ready Built Warehouse) และคลังสินค้าเอกชน (Private Warehouse) ซึ่งจะเป็นคลังสินค้าที่เช่าโดยบริษัทหนึ่งบริษัทใด อาจเป็นได้ทั้งแบบสร้างสำเร็จ (Ready Built Warehouse) หรือสร้างขึ้นตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้า (Built to Suite) แต่ปัจจัยสำคัญที่ถูกนำมาพิจารณาเพื่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการคลังสินค้า มักจะขึ้นอยู่กับ

1.) ทำเลที่ตั้ง

2.) ขนาดของคลังสินค้า

3.) สิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐาน และ

4.) ราคาค่าบริการคลังสินค้า

 

โดย ‘ทำเลที่ตั้ง’ ถือเป็นหลักพื้นฐานของการจัดการคลังสินค้าเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น การสร้างคลังสินค้าใกล้แหล่งตลาดก็จะมีประโยชน์กับกลุ่มลูกค้าผู้อุปโภคบริโภคมาก จึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการตอบสนองผู้บริโภคหรือสินค้าที่มีปริมาณการขนส่งได้ในจำนวนมาก ๆ จากแหล่งผลิตมายังคลังสินค้า หรือการสร้างคลังสินค้าใกล้แหล่งผลิตก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิต เพราะเหมาะสำหรับการขนส่งวัตถุดิบป้อนเข้าโรงงาน เพื่อเป็นการประหยัดค่าขนส่ง และที่สำคัญคือเป็นการควบคุมอายุของการเก็บวัตถุดิบให้ได้กำหนดส่งเข้าโรงงานผลิตนั่นเอง หรือการสร้างคลังสินค้าระหว่างกึ่งกลางแหล่งตลาดและแหล่งผลิต ซึ่งทำเลที่ตั้งคลังสินค้าแบบนี้เหมาะสำหรับการผลิตที่มีโรงงานหลายแห่งกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ โดยคลังสินค้าจะทำหน้าที่เป็นจุดพักและจุดกระจายสินค้าไปด้วย การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมจำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนในการขนส่งโดยรวมเป็นหลักด้วย

 

ส่วน ‘ขนาดของคลังสินค้า’ ก็เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน เพราะในการเลือกคลังสินค้าก็ต้องให้เหมาะกับปริมาณการเก็บสินค้า ระดับการบริการคลังสินค้า รอบเวลาในการนำสินค้าเข้าและออก รวมถึงการวางผังและพื้นที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายในคลังสินค้านั้นด้วย เช่น คลังสินค้าที่มีการบริการสูงจำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก คลังสินค้าที่มีการบริการต่ำก็ใช้พื้นที่น้อยลง หรือคลังสินค้าที่มีรอบระยะเวลาการเข้าหรือออกของสินค้านาน ๆ ครั้งจำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก ส่วนคลังสินค้าที่มีรอบระยะเวลาการเข้าหรือออกสั้นจะสามารถใช้พื้นที่จัดเก็บที่น้อยลงได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการดำเนินงานนั่นเอง

นอกจากนี้ ‘สิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐาน’ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ผู้ใช้บริการเลือกคลังสินค้านั้น ๆ หากคลังสินค้ามีการเตรียมความพร้อมและเพิ่มเทคโนโลยีที่ช่วยให้การควบคุมคลังสินค้ามีระบบปฏิบัติการที่ดี หรือมีนวัตกรรมก่อสร้างเพื่อการประหยัดพลังงานมาเสริมอีกด้วยแล้ว ก็จะสามารถสร้างจุดเด่นให้แก่คลังสินค้าได้นอกเหนือจากสาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วไป และยังสามารถเป็นจุดแข็งแข่งขันกับคลังสินค้าอื่น ๆ ได้ด้วย

 

ส่วนปัจจัยเรื่อง ‘ราคา’ นั้นจะตามมาขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งสามข้อก่อนหน้านี้ อย่างคลังสินค้าพรีเมี่ยมที่มีบริการแบบครบวงจร หรือมีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมก่อสร้างในบริการด้วยแล้ว ย่อมเป็นที่ต้องการของลูกค้าแม้จะมีราคาที่สูงกว่าคลังสินค้าโดยทั่วไปก็ตาม

 

แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจคลังสินค้าเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูงและต้องขึ้นอยู่กับธุรกิจอื่น ๆ ค่อนข้างมาก รวมทั้งยังมีการแข่งขันกันสูงอีกด้วย ดังนั้นการสร้างจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีเฉพาะด้านและการพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างของคลังสินค้าจึงเป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดผู้เช่าได้เป็นอย่างดี อาทิ การให้บริการอาคารคลังสินค้าในรูปแบบ GreenWarehouse หรือการก่อสร้างคลังสินค้าที่มีการควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ หรือการก่อสร้างด้วยนวัตกรรมระบบโครงสร้างพิเศษ เป็นต้น

ในปัจจุบันคลังสินค้ามีการพัฒนาประสิทธิภาพให้สูงขึ้นในหลายรูปแบบ คลังสินค้าสีเขียว หรือ Green Warehouse เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาคลังสินค้า ซึ่งเป็นการสร้างคลังสินค้าแบบยั่งยืน (Sustainable Warehouse) ที่เป็นการผสานระหว่างการคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมกับผลดีในการดำเนินงานทางธุรกิจให้สมดุลกัน ทั้งยังประหยัดพลังงาน และช่วยลดต้นทุนด้วยวิธีการ Reduce, Reuse และ Recycle ในขณะเดียวกันก็มีการจัดการคลังสินค้าอย่างมีศักยภาพและได้ประสิทธิภาพอย่างดีด้วย

 

การพัฒนา Green Warehouse นั้นถือได้ว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย นอกจากลูกค้าจะได้ประโยชน์แล้ว องค์กรธุรกิจยังได้รักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกคนในสังคมได้ประโยชน์เหมือนกันทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถนำแนวคิด Green Warehouse ไปขยายต่อเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค จำกัด หรือ TPARK ผู้ประกอบการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปรายใหญ่ ที่ได้พัฒนาเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Parks) อย่างเต็มรูปแบบขึ้น และยังได้จับมือร่วมกับ ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาคลังสินค้าสีเขียวแห่งแรกของลอรีอัลในประเทศไทย โดยพื้นที่คลังสินค้าแห่งใหม่นี้ได้รับการก่อสร้างตามมาตรฐาน LEED(Leadership in Energy and Environmental Design) การก่อสร้างออกแบบระบบพลังงานและสิ่งแวดล้อม

 

ในอาคาร อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ในระดับ Certified ด้วย ทั้งนี้ทาง TPARK ยังมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพของอาคารตั้งแต่การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานของลอรีอัล จนกระทั่งเลือกใช้ผู้รับเหมามืออาชีพที่มีประสบการณ์ก่อสร้างอาคารประเภทนี้ โดยเน้นจุดสำคัญ อาทิ พื้นอาคารที่ต้องทนทานและมีความเรียบเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงถึง 30-40% ปริมาณการใช้น้ำลดลง 45% และการใช้น้ำหมุนเวียนของระบบภูมิทัศน์ลดลง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับอาคารพลังงานทั่วไป คาดการณ์ว่าจะนำขยะและสิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วระหว่างการก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่ถึง 75% อีกทั้งระบบระบายอากาศที่มีมากเพียงพอที่จะสร้างความรู้สึกสบายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในอาคาร

และล่าสุดโครงการคลังสินค้า W16 TPARK WANGNOI 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ยังผ่าน ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ในระดับ SILVER ประเภท Core & Shell อีกด้วย

 

นอกจากนี้ TPARK ยังได้มีการนำเทคโนโลยีพื้นคอนกรีตเสริมใยเหล็กแบบไร้รอยต่อ หรือ Steel Fibre Reinforced Concrete (SFRC) มาพัฒนาในการก่อสร้างพื้นอาคารคลังสินค้าในโครงการ TPARK Eastern Seaboard 3 แห่งใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น โดยร่วมมือกับ Twintec Industrial Flooring ผู้นำด้านการก่อสร้างเพื่ออุตสาหกรรม

จากสหราชอาณาจักรอังกฤษ สร้างพื้นโครงการซึ่งมีพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ด้วยเทคโนโลยี SFRC ซึ่งเป็นการผสมผสานคอนกรีตและเส้นใยเหล็ก จึงไม่เกิดร่อง ไม่เกิดการแตกร้าวบริเวณรอยต่อ มีความแข็งแรงกว่าพื้นคอนกรีตทั่วไป ถึงแม้พื้นจะมีความหนาเพียง 160 มิลลิเมตร และยังให้ความยืดหยุ่นในการจัดวางสินค้าได้ดี นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะสำหรับการรองรับน้ำหนักสินค้าจำนวนมากในคลังสินค้าและการเคลื่อนย้าย โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 4 วัน ซึ่งน้อยกว่าการเทพื้นคอนกรีตทั่วไปที่ต้องใช้เวลานานกว่ามาก ทำให้ช่วยประหยัดระยะเวลาในการก่อสร้างและลดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้อีกด้วย

จากตัวอย่างที่ยกมานั้นทำให้เราเห็นว่าคลังสินค้าในปัจจุบันได้มีการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทางด้านการประหยัดพลังงานและการก่อสร้างที่สูงขึ้น เป็น Sustainable Warehouse มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากตามไปด้วย แต่อีกหนึ่งโซลูชั่นที่เป็นทางเลือกใหม่ของคลังสินค้าในยุคดิจิตอลก็คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ เกิดเป็น คลังสินค้าอัจฉริยะ หรือ Smart Warehouse ซึ่งหมายถึงคลังสินค้าที่มีกระบวนการวางแผน ปฏิบัติ และควบคุมการเคลื่อนย้ายจัดเก็บสินค้าด้วยระบบอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงการบริการโดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย

 

คุณลักษณะของการคลังสินค้าอัจฉริยะ ควรประกอบด้วย1. นวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะช่วยให้การจัดเก็บ และขนถ่ายสินค้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด2. จัดเก็บสินค้าคงคลังให้น้อยลง และให้มีอัตราการหมุนเวียนสินค้าสูง3. สร้างระบบปฏิบัติงานที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูงขึ้น4. ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น5. เทคโนโลยีและอุปกรณ์สิ่งอำนวยการที่มีคุณภาพสูง6. ระบบสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุ และมีการปรับปรุงระบบสื่อสารที่ครอบคลุมทั่วถึง

 

ตัวอย่างโซลูชั่นของคลังสินค้าอัตโนมัติ อาทิเช่น คลังสินค้าที่บริหารงานด้วยระบบ Automatic Storage and Retrieval System (ASRS) ซึ่งเป็นระบบการจัดเก็บและเรียกคืนวัสดุอัตโนมัติที่ใช้อุปกรณ์จัดเก็บ SRM (Storage and Retrieval Machine) และควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ระบบ ASRS สามารถช่วยบริหารจัดการคลังสินค้าในด้านต่าง ๆ กล่าวคือ สามารถรับและจัดเก็บสินค้าได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ลดระยะเวลาในการทำงานและจำนวนบุคลากรได้ โดยสามารถระบุการจัดเก็บสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม และยังช่วยป้องกันความเสียหายของสินค้า โดยการตรวจสอบขนาดของสินค้าอัตโนมัติก่อนจัดวางและช่วยให้การจัดเรียงสินค้าเป็นระเบียบมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องความปลอดภัยของสินค้า ลดปัญหาสินค้าสูญหาย/โจรกรรม และสามารถตรวจนับสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทดแทนปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้อย่างมาก

 

หรือคลังสินค้าที่บริหารงานด้วยระบบควบคุมพาหนะนำทางอัตโนมัติ AGVs (Automated guided vehicles) ซึ่งเป็นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการทำงานของพาหนะทำงานอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับระบบขนถ่ายอื่น ๆ เช่น สายพาน การนำทางพาหนะสามารถใช้ระบบนำทางด้วยเลเซอร์ หรือการฝังสายไฟใต้พื้น หรือฝังแม่เหล็กลงในพื้นคลังสินค้าและควบคุมการทำงานของพาหนะที่ใช้ในการขนถ่ายสินค้าด้วยคอมพิวเตอร์ พาหนะเหล่านี้จะเป็นรถขนถ่ายสินค้าพลังงานไฟฟ้าไม่ใช้คนขับ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ทำงานตามคำสั่งด้วยระบบคลื่นวิทยุหรือการฝังสายใต้พื้น อุปกรณ์ควบคุมจะจับสัญญาณบนพาหนะว่ามีการเคลื่อนที่ตามกำหนดหรือไม่ สัญญาณจะถูกส่งไปยังมอเตอร์พวงมาลัยเพื่อบังคับทิศทางให้สามารถไปหยิบสินค้าจากสถานที่จัดเก็บไปส่งยังสถานที่ที่กำหนด

 

นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีที่ใช้ในการบ่งบอกและติดตามสินค้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งคอยควบคุมการไหลของสินค้าตั้งแต่กระบวนการรับสินค้าเข้าจนสิ้นสุดกระบวนการที่มีการนำส่งสินค้าไปยังลูกค้า ทั้งนี้เทคโนโลยีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ ระบบความถี่วิทยุ (Radio frequency identification : RFID) ซึ่งมีการพัฒนาใช้ในระบบการจัดการคลังสินค้าอย่างแพร่หลายมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การติดตามฉลากวัตถุด้วยอุปกรณ์ที่มีชิพความจำอยู่ ซึ่งเป็นชิพมีคุณลักษณะพิเศษในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มากขึ้น สามารถอ่านข้อมูลได้พร้อมกันตามที่ต้องการ ข้อมูลที่เป็นชิพจะถูกติดอยู่กับวัตถุที่ใช้ในการขนถ่ายตามความต้องการในการติดตั้ง ชิพจะถูกบรรจุอยู่ใน Tags ที่มีลักษณะเป็นแผ่นมีขนาดเล็ก สามารถอ่านข้อมูลได้ด้วยเครื่องอ่านสัญญาณที่ติดตั้งไว้เฉพาะตามความถี่ของคลื่นสัญญาณวิทยุที่กำหนดไว้ ทำให้สะดวกในการจัดการบริหารคลังสินค้าได้ดี

 

ซึ่งในปัจจุบันความท้าทายอย่างหนึ่งที่แต่ละธุรกิจโลจิสติกส์เผชิญอยู่คงจะหนีไม่พ้นการที่จะต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันในตลาดและเทรนด์ของอุตสาหกรรมภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อย่างเช่น ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เป็นต้น ตลอดจนการขาดแคลนแรงงานเฉพาะทางและมืออาชีพ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เช่น การขาดแคลนพนักงานขับรถ และพนักงานขนถ่ายสินค้าสำหรับบริหารจัดการในคลังสินค้า ซึ่งต้องมีทักษะและความเข้าใจในลักษณะและข้อจำกัดของสินค้าที่จัดเก็บในคลังเป็นอย่างดี ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้โซลูชั่นคลังสินค้าอัจฉริยะจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้การลงทุนอาจสูงแต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนเช่นกัน

ที่มา: http://www.buildernews.in.th/news/propertyconstruction/8266

บริษัท ลานทอง ยูเนียน สโตร์ จำกัด​

39/3 หมู่ 9 ต.พุกร่าง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120​

036-266-252 Fax.036-267-301​

Tel. 081-809-8711, 099-536-6239, 036-266-952,​

โกดัง เก็บ ของ, เช่า โกดัง ราคา ถูก, ต้องการ เช่า โกดัง, โกดัง ให้ เช่า สระบุรี, พื้นที่ คลังสินค้า, ให้ เช่า โกดัง เก็บ ของ